ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ไม่ใช่แค่ช่องแคบทางทะเลธรรมดา แต่คือ "เส้นเลือดใหญ่ที่ค้ำจุนเศรษฐกิจโลก" และนี่คือ 3 เหตุผลหลักที่สรุปว่าทำไมพื้นที่เล็ก ๆ แห่งนี้ถึงกุมชะตากรรมของคนทั้งโลกไว้:
ศูนย์กลางพลังงาน 1 ใน 5 ของโลก (The World's Energy Lifeline)
ในแต่ละวัน มีน้ำมันดิบไหลผ่านช่องแคบนี้สูงถึง 20-21 ล้านบาร์เรล คิดเป็นประมาณ 20% ของปริมาณการบริโภคน้ำมันทั่วโลก * เป็นทางออกเดียวสู่มหาสมุทรสำหรับกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันยักษ์ใหญ่ (OPEC) เช่น ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต และอิรัก รวมถึงเป็นเส้นทางส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) หลักของกาตาร์
จุดคอขวดทางยุทธศาสตร์ที่เปราะบาง (Global Chokepoint)
แม้จะมีความยาวและความสำคัญมหาศาล แต่จุดที่แคบที่สุดมีระยะทางเพียง 39 กิโลเมตร และช่องทางเดินเรือปลอดภัยสำหรับเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่มีความกว้างเพียงฝั่งละ 3.2 กิโลเมตรเท่านั้น ทำให้ง่ายต่อการถูกปิดล้อมหรือโจมตี
ผลกระทบแบบโดมิโนต่อเงินในกระเป๋าของทุกคน
หากช่องแคบนี้เกิดความตึงเครียดทางทหารหรือถูกปิดลง ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกจะพุ่งสูงขึ้นทันที ต้นทุนค่าขนส่งสินค้าทางเรือทั่วโลกจะเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิด ภาวะเงินเฟ้อ ราคาสินค้าและค่าครองชีพแพงขึ้นทั่วโลก (รวมถึงประเทศไทย) อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้